โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสกับที่มาของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด Leave a comment

จุดเริ่มต้นที่ยังเป็นเรื่องลึกลับว่าต้นต่อของเรื่องราวทั้งหมด ทั้งแหล่งกำเนิด และประเทศที่เป็นต้นเหตุภัยพิบัติร้ายแรงนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกนั้นมาจากที่ไหน โคโรนาไวรัส หรือ โควิด-19 หรือแรกเริ่มเดิมทีที่เราได้ยินคำนี้ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงปลายปี 2019 เป็นครั้งแรกที่โลกได้รู้จักโคโรนาไวรัสเมืองที่ถูกขนานนามว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโรคบาดที่รุนแรง

โรคนี้ไม่ว่าใครได้ยินชื่อแล้วเป็นต้องกลัว เพราะยังไม่มีวิธีการรักษาที่รักษาที่ได้รับการรับรองว่าทำให้หายขาดได้ หากได้เคยติดเชื้อมาแล้วแม้จะสามารถหายจากโรคได้บางคนอาจจะมีอาการบางอย่างหลงเหลืออยู่ไว้ไม่ว่าที่ใดที่หนึ่งในระบบทางเดินหายใจของเรา และก็เมื่อไม่นานมานี้ยังพบว่าโรคชนิดนี้มีการพัฒนาสายพันธุ์เพิ่มขึ้นมา ทำให้การติดเชื้ออาจเกิดขึ้นซ้ำได้อีก ซึ่งความสามารถของร่างกายของคนแต่ละคนมีความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหายช้าเร็วต่างกันไป โดยรวมสถานการณ์โคโรนาไวรัสในประเทศและทั่วโลกมีอัตราการพบผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดที่ดีที่สุดสำหรับช่วงนี้ การหลีกเลี่ยงไปในสถานที่เสี่ยง หรือที่สาธารณะเท่าที่จำเป็น เพิ่มระดับการดูแลสุขภาพของตนเองโดยหมั่นล้างมือ หรือใช้อุปกรณ์พวกกลุ่มของแอลกอฮอล์ เช่น เจลแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ต้องมีการสัมผัสจากคนหลากหลาย (พื้นที่สัมผัสร่วม)

การกลายพันธุ์ – ทุกวันนี้ทั่วโลกพบกับการระบาดของโคโรนาไวรัสกันเป็นวงกว้าง ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส และที่เราได้ทราบข่าวมาก็สามารถระบุออกมาได้ทั้งสิ้น 3 สายพันธุ์ที่น่าจับตา  ดังนี้

  • ชนิดกลายพันธุ์จากอังกฤษ เป็นโคโรนาไวรัสชนิดที่มีวิวัฒนาการกลายพันธุ์ในส่วนหนามเพื่อให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้นได้แพร่ระบาดไปในอย่างน้อย 17 ประเทศ ในทวีปยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ
  • ชนิดกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้ ซึ่งดูเหมือนจะมีการกลายพันธุ์ที่เพิ่มขึ้นจากชนิดที่พบในอังกฤษและทำให้เชื้อติดต่อได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในหมู่คนหนุ่มสาว
  • ชนิดกลายพันธุ์ในประเทศไนจีเรีย โดยเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่ได้กลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ที่พบในอังกฤษหรือแอฟริกาใต้ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเชื้อกลายพันธุ์ชนิดนี้จะไม่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วเท่าสองชนิดที่กล่าวมาข้างต้น

เช็คตัวเองด่วน!!

การติดเชื้อโคโรนาไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่งผลต่อผู้คนในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง และหายจากโรคได้เองโดยไม่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล เรามาย้ำถึงลักษณะอาการกันซะหน่อย หากท่านหรือผู้ใกล้ชิดกับท่านมีอาการดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจคัดกรองโรคแบบละเอียดต่อไป โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุอาการหลักที่สังเกตด้วยตนเองได้แบบง่ายๆ ดังนี้

  • มีไข้สูงกว่า 37.5 องศา
  • เจ็บคอ
  • ไอแห้ง
  • มีน้ำมูก
  • หายใจเหนื่อยหอบ

แม้ว่าการแสดงอาการโดยทั่วไปจะดูคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา แต่ความรุนแรงของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ยังไม่มียาปฏิชีวะหรือวัคซีนใดๆ รักษาหายได้โดยตรง เป็นเพียงการรักษาแบบประคับประคอง และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบเกิดขึ้น เพราะจะนำไปสู่ความเสี่ยงอันตรายถึงอวัยวะภายในต่างๆ ล้มเหลว ทำให้ระบบภูมิต้านทานโรคไม่แข็งแรง จนถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด

การตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 – ขณะนี้มีทั้งหมด 3 วิธีด้วยกัน ได้แก่

1) วิธีการตรวจสารพันธุกรรมของไวรัส (RT-PCR) ปัจจุบันประเทศไทยใช้วิธีนี้ และองค์การอนามัยโลกแนะนำ คือ วิธี RT-PCR เนื่องจากมีความไว ความจำเพาะสูง ทราบผลภายใน 3-5 ชั่วโมง และสามารถตรวจจับเชื้อไวรัสปริมาณน้อยๆ ในรูปแบบของสารพันธุกรรม ดังนั้นไม่ว่าจะเชื้อเป็น หรือเชื้อตาย ตรวจจับได้หมด

2) วิธีการใช้ชุดตรวจภูมิคุ้มกัน หรือแรพพิด เทสต์ (Rapid test) ทราบผลใน 15 นาที การตรวจวิธีนี้จะทำได้หลังมีอาการป่วย 5-7 วัน หรือได้รับเชื้อมาแล้ว 10-14 วัน ทั้งนี้โดยปกติธรรมชาติของร่างกายเมื่อได้รับเชื้อ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรค ซึ่งภูมิคุ้มกันจะเกิดหลังจากมีอาการประมาณ 5-7 วัน อย่างไรก็ตาม น้ำยาตรวจนี้ อย.อนุญาตใช้เฉพาะสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่อนุญาตจำหน่ายทั่วไป

3) การตรวจหาแอนติเจน (Antigen) หรือ RT-LAMP เหมือนการตรวจแบบมาตรฐานแต่มีความเร็วขึ้น ความแม่นยำอาจไม่สูงเท่าวิธีอื่น แต่จะสามารถช่วยคัดกรองผู้ป่วยได้มากขึ้น และเป็นสิ่งที่ทั่วโลกต้องการมากที่สุด

ทุกวิธีการตรวจหาเชื้อสามารถทำได้ทั้งกับผู้ติดเชื้อทั้งที่มีอาการ และไม่แสดงอาการ เพราะแต่ละวิธีมีข้อจำกัด ข้อดี แตกต่างกันโดยในประเทศไทยจะเน้นการตรวจเชิงรุก และเน้นตรวจผู้ติดเชื้อและผู้ที่มีความเสี่ยงสูงก่อน หากแต่เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินการนั้นค่อนข้างสูง ส่วนในบางรายที่ยังไม่แสดงอาการที่ละเลยการดูแลตนเองโดยไม่ได้ปฏิบัติตนเรื่องการป้องกันตนเอง และขาดเครื่องป้องกันต่างๆ อาจเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้สังคมเข้าสู่ภาวะความเสี่ยงการกระจายของเชื้อโคโรนาไวรัสที่วิกฤตมากๆ ฉะนั้นเพราะหากเราไม่สามารถแยะแยะ หรือบ่งชี้ผู้ติดเชื้อออกจากคนทั่วไปได้แล้วหล่ะก็ อัตราการติดเชื้อ อัตราผู้ที่มีความเสี่ยงจะได้รับเชื้อก็จะสูงขึ้นแบบไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้เลย เนื่องจากลักษณะการแพร่ระบาดของโรคติดต่อโคโรนาไวรัสได้ทวีความรุนแรง ทำให้ทั่วโลกต้องรีบพัฒนารูปแบบการคัดกรองที่เหมาะสม สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงทุกพื้นที่ รวมไปถึงผู้ที่มีความกังวัลและอยากตรวจเชื้อ จากการที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแทบจะเกินขีดความสามารถในการรองรับของสถานพยาบาล ทำให้เกิดการขอความร่วมมือในการช่วยกันสังเกตอาการของตนเองในเบื้องต้น หรือเคยไปอยู่ในสถานที่มีความเสี่ยงสูง หรือพบปะกับผู้ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเข้าให้แล้วควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อแบบละเอียดให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยมีหลักการง่ายๆ สองสามข้อ ระหว่างการเดินทางไปตรวจคัดกรอง เช่น การสวมใส่หน้ากากตลอดเวลา เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว (หากเป็นไปได้) เว้นระยะห่างทางสังคมในทุกกิจกรรม

แพร่กระจายของโรค

แพร่กระจายเชื้อจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ หรือแพร่กระจายเชื้อจากฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายจากผู้ที่มีเชื้อโดยการไอ จาม ไม่ว่าจะมองให้เป็นเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องส่วนรวม หากแค่มีความประมาท ความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นจากของคนบางกลุ่มอาจทำให้ความเสี่ยงกระจายออกไปในวงกว้าง และถ้าหากผู้ติดเชื้อ หรือผู้ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อไร้ซึ่งจิตสำนึก ยังดำรงชีวิตแบบปกติ เดินทางไปในที่สาธารณะ หรือแม้แต่พบปะกับผู้คนทั่วไปไปเรื่อยๆ การจะควบคุมการแพร่กระจายของโรคๆ ให้อยู่ในวงจำกัดเพื่อการป้องกันและปราบปรามโรคนี้ก็คงเป็นได้ยาก

วิธีป้องกันตัวเองจากโรค

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • ใส่หน้ากากอนามัย ปิดปากปิดจมูก
  • ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่
  • หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัด หรือที่ชุมชนสาธารณะที่มีคนอยู่จำนวนมาก เพื่อลดความเสี่ยง

อีกหนึ่งทางรอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้ “วัคซีน” สิ่งที่จะกระตุ้นให้ร่างกายคนเรามีภูมิคุ้มกันต่อหนามไวรัสในปัจจุบัน แม้ว่าในวงการแพทย์จะมีความกังวลว่าโคโรน่าไวรัสนั้นยังมีการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง นี่อาจจะทำให้เราเผชิญกับสถานการณ์เดียวกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งต้องปรับปรุงวัคซีนป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง วัคซีนชั้นนำ 3 ชนิดที่มีอยู่ขณะนี้ ได้แก่

  • AstraZeneca-Oxford
  • Moderna
  • Pfizer-BioNTech

แต่เรื่องการเข้าถึงวัคซีนนี่สิ คือสิ่งที่เราต้องกังวลมากกว่า ไม่ว่าจะภาครัฐ เอกชน ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างมาก และยังรวมถึงอุปสรรคด้านการขนส่ง ขีดจำกัดด้านการทำข้อตกลงอีกมากมาย สุดท้ายก็มากังวลกันต่อในเรื่องของการเฝ้าติดตามประสิทธิภาพด้านการรักษาของวัคซีนที่มีใช้กันอยู่ในแต่ละตัว

ตัวช่วยก็สำคัญ Hot บรรจุภัณฑ์ใส่แอลกอฮอล์

            โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 นี้ ทำให้ประชาชนตื่นตัวในด้านการดูแลสุขภาพเบื้องต้น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ประชาชนยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สร้างสุขอนามัยที่ดี” นั่นคือ การล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างถูกวิธีนับเป็นวิธีการทำความสะอาดที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามการทำงานนอกบ้าน การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และกิจกรรมต่างๆ ในสถานที่สาธารณะ วิธีการล้างมือดังกล่าวอาจไม่สะดวก ดังนั้นการใช้แอลกอฮอล์เจลหรือแอลกอฮอล์สเปรย์ทำความสะอาดมือ เป็นทางเลือกในกรณีที่ไม่สามารถล้างมือได้เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโรคจากการหยิบจับและสัมผัสได้ แอลกอฮอล์ที่ใช้สำหรับฆ่าเชื้อโรคโดยทั่วไปมีกี่ชนิด? แอลกอฮอล์ที่ใช้สำหรับฆ่าเชื้อโรคโดยทั่วไปมี 2 ชนิด คือ เอทิลแอลกอฮอล์ (ethyl alcohol) และ ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ (isopropyl alcohol) แอลกอฮอล์ทั้ง 2 ชนิดเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ระเหยได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค เชื้อรา และเชื้อไวรัส แต่ไม่สามารถทำลายสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียได้ แอลกอฮอล์จัดเป็นสารฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพแต่ฤทธิ์ในการทำลายเชื้อของแอลกอฮอล์จะลดลงมากหากความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ลดต่ำลง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ เช่น เจลล้างมือแอลกอฮอล์ ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดต้องประกอบด้วยเอทิลแอลกอฮอล์ หรือไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ 70% โดยปริมาตรขึ้นไป และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

Pump bottle  ขวดปั๊ม
Pump bottle ขวดปั๊ม

วิธีเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม

            สิ่งของสำคัญในปี 2020 ที่ทุกคนจะต้องพกติดตัวหรือมีติดบ้านไว้ให้อุ่นใจไม่ว่าจะเป็น เจลล้างมือ หรือ สเปรย์แอลกอฮอล์ แต่จะเลือกอย่างไร ให้เหมาะสมกับตัวเอง

  • หลอดเจล Vs. เจลล้างมือ : บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมก็หนีไม่พ้นหลอดเจล ซึ่งหลอดเจลที่จะนำมาใช้บรรจุเจลล้างมือนั้น หลอดเจลนั้นๆ ก็ควรจะต้องเชื่อได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน แถมยังต้องพกพาสะดวก ทำให้ผู้ผลิตมากมายนำเสนอหลอดเจลให้หลากหลายรูปแบบและขนาด เพื่อให้สามารถสอดรับกับลักษณะความต้องการใช้งานของผู้บริโภค เช่นหลอดเจลขนาดเล็กวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้านเพื่อสะดวกในการใช้งาน

วิธีใช้  บีบลงบนฝ่ามือ  2-4 หยด ถูมือให้ทั่วถึงประมาณ  30 วินาทีขึ้นไป เหมือนการล้างมือด้วยสบู่ ปล่อยไว้จนแห้ง ใช้ทุกครั้งก่อนนำมือสัมผัสอาหารหรือร่างกายตนเอง และหลังจากจับสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นของสาธารณะ สิ่งของที่ต้องส่งต่อหลายมือ เช่น แก้วกาแฟ เงิน โทรศัพท์ ของจากเดลิเวอรี่ ของที่มั่นใจว่าสกปรก เช่นสุขภัณฑ์ หรือถังขยะ เท่านี้ก็สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้แล้ว

ขวดสเปรย์  ขวดสเปร์ย Spray bottle
ขวดสเปรย์ ขวดสเปร์ย Spray bottle
  • ขวดสเปรย์ Vs. แอลกอฮอล์ : ความสะดวกอยู่ที่การพกพาใส่กระเป๋า หรือขวดสเปรย์ที่ออกแบบให้สามารถห้อย หรือคล้องกับที่ต่างๆ เพื่อให้หยิบใช้ได้ง่ายเพราะสามารถฉีดฆ่าเชื้อโรคจากสิ่งของได้ก่อนนำมือไปสัมผัสแทนการล้างมือตนเอง

วิธีใช้ ฉีดแอลกอฮอล์จากขวดสเปรย์ลงบนมือทั้งฝ่ามือและหลังมือซัก 4-5 ครั้งให้ชุ่ม ถุงมือประมาณ 30 วินาทีขึ้นไป ปล่อยไว้ให้แห้ง หรือ ฉีดใส่สิ่งของที่เราจะจับ ไม่ว่าจะเป็นของสาธารณะ เช่นประตู ที่กดตู้ ATM ราวบันได ที่กดลิฟท์ แก้วน้ำ   จานชาม ให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วค่อยจับ            

ขวดฟ๊อกกี้ Foggy
ขวดฟ๊อกกี้ Foggy
  • ขวดแอลกอฮอล์ Vs. แอลกอฮอล์ : ขวดแอลกอฮอล์นั้นใช้สำหรับบรรจุแอลกอฮอล์ที่มีลักษณะเป็นของเหลวอาจไม่สะดวกกับการพกพาไปนอกสถานที่มากนัก ฉะนั้นหากเราต้องการใช้งานในปริมาณมากๆ เพื่อรักษาความสะอาดสำหรับพื้นที่ส่วนรวม หรือพื้นที่ที่ต้องใช้งานร่วมกันจำนวนมาก เช่นในที่พักอาศัยคอนโดมิเนียม สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือในพื้นที่ส่วนตัวเช่น โต๊ะทำงาน โทรศัพท์ตั้งโต๊ะ เราก็สามารถเลือกขวดแอลกอฮอล์ขนาดต่างๆ วางไว้ตามจุดการใช้งานนั้นๆ โดยคำนึงถึงปริมาณแอลกอฮอล์ที่บรรจุอยู่ในขวดแอลกอฮอล์ว่ามีเพียงพอและมีขนาดที่เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานหรือไม่ด้วย

บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และมีขนาดเหมาะสม เหมือนจะเป็นเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่หากคุณเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น ขวดสเปรย์ หลอดเจล หรือขวดแอลกอฮอล์ ก็สามารถช่วยให้เรามีความสุขและรู้สึกปลอดภัยในการเลือกใช้งานอย่างความปลอดภัย

แสงสว่างท่ามกลางวิกฤต

วิกฤตครั้งนี้ทำให้ทุกคนได้มีเวลากลับมาคิดไตร่ตรองเรื่องต่างๆ ได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก ได้ตระหนักภาวะเสี่ยงของการใช้ชีวิต บางคนถึงกับได้ค้นพบความสามารถใหม่ๆ (ปลุกความเป็นเชฟในตัวเอง เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ รูปแบบการใช้ชีวิตในมุมที่ต่างไปจากเดิม) หรือบางคนมีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นจากการขายสินค้าบางอย่างเป็นอาชีพเสริม การค้าขายออนไลน์อย่างเช่นพวกอุปกรณ์เสริมสำหรับการป้องกันเชื้อโรค ขวดสเปรย์ หลอดเจล สำหรับใช้บรรจุและพกพาแอลกอฮอล์ในชีวิตประจำวัน จนบางคนถึงขั้นเลือกที่จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ไปเลย  โอ้โห..พูดแล้วเท่ห์ไปเลย แล้วคุณเองได้อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้กันบ้าง ลองคิดดูสิคะ!

สุดท้ายแล้วโคโรนาไวรัสจะหายไปจากโลกนี้หรือไม่ หรือเราจะสามารถค้นพบวิธีให้อยู่กับมันได้ แต่ถ้าไม่ได้แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร ใคร หล่ะจะเป็นคนให้คำตอบเรื่องนี้ แล้วอะไรจะดีไปกว่าทำทุกวันให้ดีที่สุด เริ่มจากการป้องกันตัวเองให้มากที่สุด ลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เราต้องเผชิญกับโรคร้ายโรคนี้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อตัวเราเอง เพื่อคนในครอบครัว และเพื่อทุกคนที่คุณรักและห่วงใย #เราต้องรอด

สนใจสอบถามสั่งซื้อสินค้าได้ที่INBOX :
Line @acplusglobal (มี@ข้างหน้า)หรือคลิก 👉👉👉https://line.me/R/ti/p/%40acplusglobal

This entry was posted in ขวดเจล หลอดบีบ and tagged  ขวดเจล ขวดสเปรย์ ขวดฟ๊อกกี้ ขวดปั๊ม ขวดแชมพู หลอบบีบ ขวดบีบ หลอดเจล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

SHOPPING CART

close