ไมเกรน

ไมเกรน หรือ ปวดศีรษะไมเกรน เป็นอาการปวดศีรษะเรื้อรัง สามารถเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย ส่วนมากจะพบในวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน เป็นโรคหนึ่งที่สร้างความทรมานให้กับผู้ที่ปวดศีรษะไมเกรนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  ซึ่งจะมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว สลับซ้ายขวา บางครั้งก็มีการปวดทั้งสองข้าง รวมถึงอาการปวดกระบอกตา ลักษณะจะปวดแบบตุบๆ และบางรายอาจมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียน บางรายจะมีอาการตาพร่า มองเห็นไม่ชัด มีอาการปวดหน้าผาก ปวดรอบดวงตา และปวดขมับร่วมด้วย

สาเหตุของไมเกรน

อาการปวดศีรษะไมเกรน ยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด อาจเกิดจากความผิดปกติของส่วนต่างๆ ทางโครงสร้างทางกายรวมถึงภายใน กะโหลกศีรษะ อย่างเช่น สมอง เยื่อหุ้มสมอง หลอดเลือดในสมอง  ผู้ที่มักมีอาการปวดศีรษะไมเกรนจะมีอาการไวในการตอบสนอง ต่อสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้นที่อยู่ภายนอกและภายในร่างกาย ทำให้หลอดเลือดมีการอักเสบ เมื่อหลอดเลือดนั้นขยายตัวและเกิดการอักเสบขึ้นจึงทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ อีกสาเหตึหนึ่ง ไมเกรนสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ร้อยละ 70 ของผู้ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนเป็นประจำ จะมีคนในครอบครัวเป็นไมเกรนด้วย

ในทางวิทยาศาสตร์  เมื่อมีอาการปวดศีรษะไมเกรน และทำการตรวจเลือดของผู้ปวดศีรษะไมเกรนแล้วพบว่า เม็ดเลือดขาว ที่ชื่อว่า IL-4, IL-5 และ IL-1 b ซึ่งสารทั้งสามตัวนี้อยู่ใน Th2 ทำหน้าที่หลั่งออกมามากเกินไปจึงทำให้มีอาการปวดเกิดขึ้นได้ โดย Th2 จะสามารถลดการหลั่งลงได้ด้วย การทำงานร่วมกันของ Th1 และ Treg ที่สามารถไปควบคุมและลดการหลั่งสาร ของ Th2 ได้ จึงทำให้อาการปวดลดลงด้วย

สิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าที่ทำให้ปวดศีรษะไมเกรน

สิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน มีทั้งหมด 6 ทางได้แก่

1.ทางตา เช่น เมื่อเจอแสงจ้าจากแดดเวลาทำงานกลางแจ้ง หรือขับรถ การจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการล้าทางตาได้

2.ทางหู เช่น อยู่ในที่ ๆ เสียงดัง จอแจ อย่างเช่นงานเทศกาล หรืองานคอนเสิร์ต

3.ทางจมูก ไม่สามารถทนได้ต่อกลิ่น ต่าง ๆ เช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นควัน กลิ่นบุหรี่เป็นต้น

4.ทางลิ้น คือ การทานอาหาร พวกอาหารที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน อาหารทะเลบางชนิด อาหารประเภทไส้กรอก แฮม อาหารหมักดอง ยาบางชนิด

5.ทางกาย ที่ร่างกายรู้สึกได้ เช่น อากาศร้อนเกินไป อากาศเย็นเกินไป หรืออากาศเปลี่ยนกะทันหัน มีไข้ มีรอบเดือน

6.ทางใจ เกิดจากการวิตกกังวล ซึมเศร้า เครียด นอนไม่หลับ นอนหลับไม่เพียงพอ

อย่างที่ทราบกันว่าไมเกรนเกิดจากที่ผู้ป่วยมีอาการไวต่อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการเจอสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้นดังกล่าว

อาการของการปวดศีรษะไมเกรน

ปวดศีรษะไมเกรน มีหลายๆ อาการ ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดตุ๊บๆ แถวขมับ หรือปวดบริเวณเบ้าตาโดยปวดเหมือนจังหวะหัวใจเต้นตุ๊บๆ อาจจะปวดข้างเดียว ปวดสลับข้าง หรือปวดหัวทั้งสองข้าง คลี่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ทนต่ออากาศ และเสียงดังไม่ได้ หากอาการต่างๆ รุนแรงขึ้น และไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวด ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย ก่อนที่จะมีอาการร้ายแรงมากกว่านี้

จะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนคือปวดศีรษะไมเกรน ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง จากลักษณะเฉพาะเวลาปวดศีรษะ รวมถึงอาการต่างๆที่ร่วมในขณะที่ปวดศีรษะ การตรวจวินิจฉัยของแพทย์ดูจากอาการเบื้องต้น อย่างเช่น ตำแหน่งของอาการปวด ความรุนแรง ลักษณะการปวด อาการร่วม เช่น มีไข้ เวียนหัว อาเจียน ตาพร่ามัว  แขนขาอ่อนแรง ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สามารถทนกับแสงจ้า หรืออากาศร้อน เย็นที่เปลี่ยนกะทันหันได้

อาการปวดศีรษะไมเกรน หากไม่รีบรักษา หรือได้รับการรักษาช้า อาจจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระบบการรับความเจ็บปวดในสมองได้ และทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้น ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวดและอาการอาจจะรุนแรงมากขึ้นจนมีผลกระทบต่อสมองในที่สุด

การดูแลอาการไมเกรน

หากเป็นอาการปวดศีรษะไมเกรนที่ไม่มาก ความถี่ไม่มาก นานๆ เป็นสักครั้ง ก็สามารถทานยาแก้ปวด อย่าง พาราเซตามอล ไอบรูเฟน สามารถบรรเทาอาการได้ภายใน 30-60 นาที หากรุนแรงกว่านั้นอาจจะใช้แอสไพรินร่วมกับพาราเซตามอล หากอาการปวดศีรษะไมเกรน ถี่ขึ้น มากกว่า ยาที่แพทย์จะให้ใช้เพื่อลดการเกิดและบรรเทาอาการ เป็นยากลุ่มที่ สำหรับรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนโดยเฉพาะ และจะมียาจำพวกที่ลดอาการคลื่นไส้เวียนหัว อาเจียน และอาการปวดร่วมด้วย

ยาต่าง ๆ ที่ใช้รักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนเหล่านี้ มีจุดประสงค์เพื่อรักษาและลดอาการที่รุนแรงของการปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งผู้ป่วนบางรายก็มีอาการข้างเคียงของการใช้ยา และเมื่อรับการรักษาอาการแล้วไม่ว่าจะวิธีใดก็ตามแพทย์จะแนะนำว่าไม่ควรหยุดยาเองโดยที่ไม่ปรึกษาแพทย์

วิธีหนึ่ง ที่สามารถดูแลอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ คือการดูแลโดยภูมิคุ้มกันบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัดคือการดูแลปัญหาที่ต้นเหตุ โดยไม่ต้องพึ่งยา เนื่องจากการทานยา สามารถบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรนได้จริง แต่เมื่อทานไปมากๆ เป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกัน จะทำให้เกิดผลข้างเคียง ต่อตับและไตทำให้ทำงานหนักและผิดปกติได้

การเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดขาวในร่างกาย ทำให้เม็ดเลือดขาวในร่างกายทำงานอย่างเป็นระบบและทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่สมดุล ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผลิต จากสารสกัดจากธรรมชาติ ทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด สารสกัดจากถั่วเหลือง งาดำ ใบบัวบก และ ฝรั่ง เป็นผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะสามารถเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว Th1 และ Treg ได้เป็นอย่างดี เพื่อปรับลดการทำงานของ Th2 ให้ลดลง เพื่อให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างสมดุล จึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนและมีอาการปวดที่รุนแรงขึ้น หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันไม่สมดุล ทำให้มีสุขภาพดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและมีความสุขมากขึ้น

Sale!
฿2,450.00 ฿1,690.00

สร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุล, เริม, กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ท่อปัสสาวะอักเสบ, ทอนซิลอักเสบ, ต่อมทอนซิลอักเสบ, ไมเกรน, ภูมิแพ้, แพ้อากาศ, มดลูกอักเสบ, เนื้องอกในมดลูก, ตับอักเสบ, ริดสีดวง, ริดสีดวงทวาร, เวียนหัว, บ้านหมุน, น้ำในหูไม่เท่ากัน, ลำไส้อักเสบ, ไขมันพอกตับ, หอบหืด, ตับแข็ง, งูสวัด, ริดสีดวงจมูก, ไตวาย, ปวดประจำเดือน

อย.: 51-1-20856-1-0015

 

 

สั่งซื้อผลิตภัณฑ์